วิธีทดสอบ Cleanroom ตรวจสอบจุดไหน ทำอย่างไร ครบ 7 จุด

Learn the 7 critical cleanroom testing points: particle count, air velocity, HEPA filters, room pressure, airflow, noise levels, and lighting, plus the equipment used.

วิธีทดสอบ Cleanroom ที่ถูกต้องต้องครอบคลุม 7 จุดสำคัญ ตั้งแต่ก่อนส่งมอบงานและหลังจากใช้งานตามรอบ เพื่อยืนยันว่าห้องคลีนรูมทำงานได้ตามมาตรฐาน NEBB อย่างสมบูรณ์ การทดสอบที่ไม่ครบหรือไม่ครอบคลุมทุกจุดอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือผลลัพธ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง บทความนี้สรุป "วิธีทดสอบ Cleanroom" รวม 7 จุด โดยทีมงาน VOV เป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบธุรกิจทุกระดับ

เลือกอ่าน

Cleanroom ใช้ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง?

Cleanroom Performance Testing (CPT) คือ กระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของห้องคลีนรูม เพื่อยืนยันว่าค่าต่างๆ ทั้งระดับความสะอาดของอากาศ ความดัน ความเร็วลม แสงสว่าง และเสียง อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดตาม ISO 14644-1 and NEBB ทั้งก่อนใช้งานและตลอดอายุการใช้งานของห้อง

CPT แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ คลีนรูมอุตสาหกรรม (ICR) and คลีนรูมทางการแพทย์ (BCR) ซึ่งมีเกณฑ์การทดสอบที่แตกต่างกันตามมาตรฐานสากล

วิธีทดสอบ Cleanroom ทำอย่างไรบ้าง?

การวัดค่าฝุ่นในห้องคลีนรูมด้วยเครื่อง Particle Counter ตามมาตรฐาน ISO 14644-1

1. วัดค่าฝุ่น เชื้อโรค แบคทีเรีย

การวัดค่าฝุ่นเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการทดสอบ Cleanroom เนื่องจากเป็นตัวกำหนดว่าห้องนั้นผ่านคลาสตาม ISO 14644-1 หรือไม่ อุปกรณ์หลักที่ใช้คือ Particle Counter ซึ่งมีทั้งขนาดกลาง (แบบในรูป) และขนาดเล็กกว่า

กระบวนการวัดค่าฝุ่น เริ่มจากดูดอุตสาหกาศเข้าไปในตัวเครื่อง Particle Counter แล้ววัดค่าฝุ่นออกมาเพื่อทำการเปรียบเทียบกับสเปค (คลาส) ของห้องคลีนรูม โดยพิจารณาค่าฝุ่นต่อปริมาตรอากาศ 1 ลูกบาศก์ฟุต แล้วบันทึกค่าเป็นผลการทดสอบ ระหว่างการทดสอบ เจ้าหน้าที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันการเกิดฝุ่นเพิ่มเติม

การวัดความเร็วลมและประสิทธิภาพระบบ HVAC ในคลีนรูมด้วย Direct Reading Hood

2. ความเร็วลม

"การวัดความเร็วลม" เกี่ยวข้องกับการไหลผ่านของอากาศภายในห้อง ซึ่งต้องสอดคล้องกับสเปคของห้องทั้ง 2 ประเภท คือ ห้องความดันบวก and ห้องความดันลบ

การทดสอบความเร็วลมเป็นการวัดประสิทธิภาพของระบบ HVAC ซึ่งทำหน้าที่ปรับอุณหภูมิและแรงดันอากาศภายในห้อง หากความเร็วลมไม่ตรงสเปค จำเป็นต้องแก้ไขระบบ HVAC ก่อนเป็นอันดับแรก อุปกรณ์ที่ใช้คือ Direct Reading Hood ลักษณะคล้ายกล่อง 4 เหลี่ยมทรงกระบอก (แต่ไม่สมมาตร) ที่ครอบอยู่เหนือช่องลมบนฝาเพดาน จากนั้นทำการวัดค่า และแสดงผลบนจอมอนิเตอร์

วิธีทดสอบแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter เพื่อหาจุดรั่วไหลด้วยสาร PAO และ Scanning Probe

3. แผ่นกรองอากาศ HEPA Filter

หัวใจสำคัญของวิธีทดสอบ Cleanroom คือการตรวจแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter เพื่อตรวจสอบการรั่วไหล ทุกตอก — ทุกช่อง — ทุกมุม

กระบวนการทดสอบเริ่มจากการนำสาร PAO (Polyalphaolefin) ป้อนเข้าไปในระบบผ่าน Aerosol Generator เพื่อสร้างควันพิเศษที่ไหลเข้าสู่ระบบบายอากาศ HVAC จากนั้นใช้เครื่อง Scanning Probes ตรวจสอบการไหลเวียนและตำแหน่งการรั่วไหลของแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าไม่มีจุดรั่วใดๆ

การตรวจสอบความดันห้อง Cleanroom ทั้งแบบความดันบวกและความดันลบด้วย Manometer

4. ความดันห้อง

วิธีทดสอบ Cleanroom จากการวัดความดันอากาศภายในห้อง จำเป็นต้องสอดคล้องกับ "ประเภทคลีนรูม" เสมอ ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ ห้องความดันบวก and ห้องความดันลบ

การวัดความดันห้องเป็นวิธีทดสอบที่มีความสำคัญมาก โดยทีมงานใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Manometer เพื่อวัดความดันภายในห้องให้ตรงกับสเปค ประเภท และความต้องการของอุตสาหกรรมที่ใช้ห้องคลีนรูม ค่าที่ได้จะแสดงว่าห้องสามารถควบคุมการไหลของอากาศได้ถูกทิศทาง

การทดสอบทิศทางการไหลของอากาศ (Airflow Parallelism) ในห้องคลีนรูม

5. การไหลเวียนของอากาศ (Airflow Parallelism)

ตามหลักการออกแบบ Cleanroom ถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิด เพื่อควบคุมการเข้า-ออกของอนุภาคทุกชนิดอย่างเข้มงวด แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติงานที่เข้าไปทำงานในคลีนรูมต้องการออกซิเจนหายใจ ทำให้ต้องมีระบบหมุนเวียนอากาศภายในที่สมดุล

Airflow Parallelism Test เป็นการทดสอบอัตราไหลเวียนของอากาศ หรือ Airflow Parallelism Test ซึ่งเป็นการทดสอบที่สำคัญมากสำหรับห้อง Cleanroom ที่มีประสิทธิภาพสูง จำเป็นต้องมีการไหลเวียนอากาศที่สมบูรณ์ทุกขั้นตอน มีทางเข้าและออกของอากาศที่ชัดเจน อากาศไหลเวียนสะดวก ไม่เกิดกลิ่นสะสม ระบบออกได้ตรวจตรา Airflow Parallelism Test ใช้วิธีทดสอบแบบเดียวกับระบบปรับอากาศ HVAC และแผ่นกรองอากาศ HEPA Filter

การทดสอบความดังของเสียงในห้อง Cleanroom ด้วยเครื่อง Sound Level Meter

6. ความดังของเสียง

เสียงอย่าคิดว่าไม่สำคัญ! เพราะการสื่อสารที่ดีนับเป็นหัวใจของประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยลดข้อผิดพลาดและอุบัติเหตุในการทำงาน ทีมงานสามารถทดสอบความดังของเสียงในห้อง Cleanroom ด้วยชุดอุปกรณ์ได้แก่:

  • Sound Level Meter (SLM) — เครื่องวัดระดับเสียง
  • Full And Third Octave Filters — ฟิลเตอร์วิเคราะห์ความถี่เสียง
  • Acoustic Calibrators — เครื่องสอบเทียบค่า

หากห้อง Cleanroom มีเสียงดังเกินกว่าระดับที่กำหนด ไม่ว่าจะมาจากภายในห้อง เช่น เสียงการทำงานเครื่องจักร หรือเสียงรบกวนจากภายนอก ผู้รับผิดชอบต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทดสอบ Cleanroom ทราบ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่รับได้

การตรวจวัดความสว่างของแสงภายในห้องคลีนรูมด้วย Light Meter

7. แสงสว่าง

วิธีทดสอบ Cleanroom ในเรื่องสุดท้ายคือ การตรวจวัดแสงและความสว่างภายในห้อง สามารถวัดได้ด้วย Light Meter เพื่อตรวจสอบระดับแสงสว่าง ความเข้มของปริมาณแสงภายในห้อง หากห้องมีแสงสว่างน้อยเกินไป จะมีผลกระทบต่อความแม่นยำในการทำงาน รวมถึงสุขภาพดวงตาของพนักงานด้วย

การทดสอบความสว่างในห้อง Cleanroom ควรตั้งค่าให้ได้ความสว่างมากที่สุด เหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่ใช้งาน และควรทำเป็นประจำเพื่อให้ไฟทำงานเป็นปกติตลอดเวลา

วิธีทดสอบ Cleanroom ทำอย่างไรบ้าง?

จุดทดสอบ เครื่องมือ สิ่งที่ตรวจสอบ
1. ค่าฝุ่น/แบคทีเรีย Particle Counter จำนวนอนุภาคต่อลูกบาศก์ฟุต เทียบกับ ISO Class
2. ความเร็วลม Direct Reading Hood อัตราการไหลของอากาศ สอดคล้องกับระบบ HVAC
3. HEPA Filter Aerosol Generator + Scanning Probes การรั่วไหลของแผ่นกรองอากาศ
4. ความดันห้อง Manometer ค่าความดันบวก/ลบ ตรงตามประเภทห้อง
5. การไหลเวียนอากาศ Airflow Parallelism Test ทิศทางและความสมดุลของอากาศภายใน
6. ความดังเสียง SLM + Acoustic Calibrators ระดับเสียงในห้อง ไม่เกินมาตรฐาน
7. แสงสว่าง Light Meter ความเข้มของแสงในพื้นที่ทำงาน

เมื่อไหร่ควรทดสอบ Cleanroom?

นอกจากการทดสอบคลีนรูมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มเติมความจุด ยังมีการทดสอบคลีนรูมเพิ่มเติม "เจ้าของธุรกิจ" และ "ผู้ให้บริการทดสอบ Cleanroom" ทำร่วมกัน โดยอยู่ในข้อตกลงของแวดวงต่างๆ ซึ่งมีระยะสะอาดกำหนดที่น่องปัก

ในกรณี ห้องคลีนรูมผ่านการทดสอบ เจ้าหน้าที่ต้องส่งข้อมูล เหตุผลและรายละเอียดส่วนที่เกิดปัญหา หรือไม่ได้มาตรฐาน เพื่อให้เจ้าของธุรกิจนำส่งค่าแก้ไข เพื่อปรับปรุงเสริมสร้างในเป็นครั้งที่ 2 การทดสอบ Cleanroom ครั้งที่ 2 เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า และเลือกใช้ที่สุดที่ดีที่สุดสำหรับใหม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องรอบการทดสอบ สามารถอ่านได้ที่บทความ Cleanroom ควรทดสอบเมื่อไหร่และทำอย่างไร

VOV พร้อมให้บริการทดสอบ Cleanroom ครบมาตรฐาน

VOV International ให้บริการทดสอบ Cleanroom ครบทั้ง 7 จุด โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจาก NEBB ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในวงการ Cleanroom สามารถทดสอบได้ทั้งที่ส่งมอบ และหลังใช้งานตามรอบที่กำหนด

VOV International ให้บริการสร้างห้อง Cleanroom Turnkey ครบวงจร ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้าง วางระบบ ไปจนถึงการทดสอบโดย Third Party เมื่อผ่านการทดสอบจะได้รับ Certification ทันที

👉 ติดต่อทีม VOV เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการทดสอบ Cleanroom

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิธีทดสอบ Cleanroom มีกี่วิธี?

การทดสอบ Cleanroom มาตรฐานครอบคลุม 7 จุดสำคัญ ได้แก่ (1) วัดค่าฝุ่นและแบคทีเรียด้วย Particle Counter (2) วัดความเร็วลมด้วย Direct Reading Hood (3) ตรวจสอบ HEPA Filter ด้วย PAO + Scanning Probes (4) วัดความดันห้องด้วย Manometer (5) ทดสอบการไหลเวียนอากาศ (Airflow Parallelism) (6) วัดความดังเสียงด้วย Sound Level Meter และ (7) วัดความสว่างด้วย Light Meter

Cleanroom Performance Testing (CPT) คืออะไร?

CPT คือกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของห้องคลีนรูมอย่างครอบคลุม เพื่อยืนยันว่าระดับความสะอาดของอากาศ ความดัน ความเร็วลม แสงสว่าง และเสียง อยู่ในมาตรฐานที่กำหนดตาม ISO 14644-1 และ NEBB ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญและใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง

ทำไมต้องทดสอบ HEPA Filter ด้วย PAO?

PAO (Polyalphaolefin) เป็นสารที่ใช้สร้างอนุภาคจำลองเพื่อทดสอบการรั่วไหลของแผ่นกรอง HEPA Filter ในทุกตำแหน่ง เนื่องจาก HEPA Filter ที่รั่วจะทำให้ฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนผ่านเข้ามาในห้องได้ ส่งผลให้คลาสของห้องไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ISO ที่กำหนดไว้

ใครเป็นผู้ทดสอบ Cleanroom ที่ได้มาตรฐาน?

การทดสอบ Cleanroom ที่มีคุณภาพต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองจาก NEBB (National Environmental Balancing Bureau), ซึ่งเป็นองค์กรระดับนานาชาติ โดย VOV International เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการทดสอบ Cleanroom ที่ได้รับการรับรองจาก NEBB ในประเทศไทย

ทดสอบ Cleanroom แล้วไม่ผ่านต้องทำอย่างไร?

หากห้องคลีนรูมทดสอบไม่ผ่าน ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจะรวบรวมข้อมูล เหตุผล และรายละเอียดส่วนที่เกิดปัญหาส่งให้เจ้าของโครงการ เพื่อดำเนินการแก้ไขปรับปรุงระบบ แล้วจึงทำการทดสอบซ้ำอีกครั้ง โดย VOV พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขจนได้มาตรฐาน

Share the Post: