7 สถานที่ที่ต้องทดสอบห้องคลีนรูม NEBB อย่างสม่ำเสมอ | VOV

เจ้าหน้าที่สวมชุด Cleanroom กำลังทดสอบห้องคลีนรูมตามมาตรฐาน NEBB ด้วยอุปกรณ์วัดอนุภาค

ห้อง Cleanroom ที่สะอาดและได้มาตรฐานไม่ใช่เพียงแค่ "ดูสะอาด" เท่านั้น แต่ต้องผ่านการ ทดสอบ Cleanroom Performance Testing (CPT cleanroom) ตามมาตรฐาน ISO 14644 ที่รับรองโดย NEBB อย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิสูจน์ว่าห้องยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามข้อกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอนุภาค อุณหภูมิ ความชื้น หรือความดันอากาศ

หลายอุตสาหกรรมในประเทศไทยและทั่วโลกมีข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพที่บังคับให้ต้องทำ Cleanroom Testing อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยป้องกันการปนเปื้อน รับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ และลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและผู้ปฏิบัติงาน

วันนี้ VOV Cleanroom จะพาคุณรู้จักกับ 7 สถานที่สำคัญ ที่ควรได้รับการทดสอบห้องคลีนรูมตามมาตรฐาน NEBB อย่างสม่ำเสมอ พร้อมเหตุผลว่าทำไมแต่ละสถานที่จึงขาดการทดสอบนี้ไม่ได้

เลือกอ่าน

NEBB และ Cleanroom Performance Testing (CPT) คืออะไร?

NEBB (National Environmental Balancing Bureau) คือ  องค์กรวิชาชีพระดับสากลที่กำหนดมาตรฐานและขั้นตอนการทดสอบประสิทธิภาพห้องคลีนรูม (Cleanroom Performance Testing) เพื่อรับรองว่าห้องสะอาดทำงานได้ตรงตามข้อกำหนด ISO 14644 ทั้งด้านการควบคุมอนุภาค การไหลเวียนอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น และความดันอากาศ

การทดสอบ CPT ตามมาตรฐาน NEBB ครอบคลุมรายการทดสอบหลักดังนี้:

  • การนับอนุภาคในอากาศ (Airborne Particulate Count)
  • การวัดปริมาณและความเร็วลม (Air Volume and Velocity)
  • การทดสอบรอยรั่วของ HEPA/ULPA Filter (Filter Leak Test)
  • การทดสอบความดันอากาศ (Room Pressurization)
  • การทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature & Humidity)
  • การทดสอบการกู้คืนอนุภาค (Recovery Test)

ทำไมต้องทดสอบห้องคลีนรูมตามมาตรฐาน NEBB อย่างสม่ำเสมอ?

Cleanroom ที่ผ่านการ Commissioning และ Certification แล้วอาจเสื่อมประสิทธิภาพลงได้ตามเวลา เนื่องจากการสึกหรอของฟิลเตอร์ การเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ HVAC หรือการดัดแปลงห้อง การทดสอบอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญในหลายด้าน ได้แก่:

1. ตรวจพบปัญหาก่อนเกิดความเสียหาย

สามารถระบุการรั่วไหลของฟิลเตอร์ HEPA ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อนุภาคจะหลุดรอดเข้าไปปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ ช่วยหลีกเลี่ยงความสูญเสียครั้งใหญ่ได้อย่างทันท่วงที

2. รักษาการ Compliance กับมาตรฐาน

หลีกเลี่ยงการถูก FDA, ISO Auditor หรือหน่วยงานกำกับดูแลตรวจพบว่าระบบไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจนำไปสู่บทลงโทษหรือการถูกระงับกระบวนการผลิต

3. ลดต้นทุนระยะยาว

การซ่อมแซมเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุมาก และยังช่วยลดการสูญเสียผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการปนเปื้อน

4. รับรองความปลอดภัยของผู้บริโภค

สร้างความมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ผลิตภัณฑ์ต้องสัมผัสกับผู้บริโภคโดยตรง เช่น อุตสาหกรรมยา อาหาร และเครื่องมือแพทย์

7 สถานที่สำคัญที่ต้องทำ Cleanroom Testing ตามมาตรฐาน NEBB

1. ห้องผ่าตัด (Operating Room / Operating Theater)

ภายในโรงงาน Semiconductor Cleanroom ในประเทศไทย สายการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ISO Class 1-5

ความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ชิ้นส่วนเหล่านี้ประกอบไปด้วยส่วนประกอบต่างๆ เช่น Semiconductor, Micro Electronics และ Disk Drive ซึ่งต้องการสภาพแวดล้อมที่สะอาดและควบคุมได้อย่างเข้มงวด

หากชิ้นส่วนมีการปนเปื้อนจากฝุ่น ไฟฟ้าสถิตย์ หรือโมเลกุลปนเปื้อน จะทำให้ชิ้นส่วนเล็กๆ เสียหาย และไม่ได้คุณภาพ ด้วยเหตุนี้ โรงงานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องทดสอบ ห้องคลีนรูม ในอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบ Particle Count ที่ต้องมีความละเอียดในระดับ ISO Class สูง เพื่อรักษาคุณภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 1–5 | ความถี่การทดสอบ: ทุก 6 เดือน

2. โรงพยาบาล (Cleanroom In Hospital)

ห้องแยกโรค (Isolation Room) ในโรงพยาบาล แสดงระบบ HEPA Filter และการควบคุมอากาศ Cleanroom

โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่จำเป็นต้องมีการทดสอบความสะอาดอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ห้องแยกโรค (Isolation Room), ห้องผ่าตัด, ห้องพิเศษสำหรับผู้ป่วยโรคติดต่อ เช่น ห้องแยกโรค Covid-19 รวมถึงห้องยาและห้องผลิตยาของโรงพยาบาล ล้วนต้องผ่านการทดสอบ Cleanroom Performance Testing อย่างสม่ำเสมอ

การทดสอบ Cleanroom ในโรงพยาบาลมีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันเชื้อโรคแพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น และปกป้องผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนั้น ระบบ กรอง HEPA/ULPA Filter ที่ผ่านการทดสอบอย่างสม่ำเสมอมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการปนเปื้อนทางอากาศในสภาพแวดล้อมทางการแพทย์

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 5–8 (ขึ้นอยู่กับประเภทห้อง) | ความถี่การทดสอบ: ทุก 6–12 เดือน

3. สถานที่ผลิตยา (Pharmaceutical Industry)

ห้องผลิตยาตามมาตรฐาน GMP เจ้าหน้าที่สวมชุด Bunny Suit ในสายการผลิตยา Cleanroom Testing

สถานที่ผลิตยาเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากที่จะต้อง Testing Cleanroom อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเป็นกระบวนการผลิตที่ไม่ยอมให้มีการปนเปื้อนจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

การทดสอบสถานที่ผลิตยาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ หรือสารปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งนี้ โรงงานผลิตยาในไทยต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งกำหนดให้มีการตรวจสอบสภาพแวดล้อม Cleanroom อย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรองว่าผลิตภัณฑ์ยาที่ออกสู่ตลาดมีความปลอดภัยสูงสุด

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 5–8 (ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต) | ความถี่การทดสอบ: ทุก 6 เดือน

4. สถานที่ผลิตอาหาร (Food Industry)

ห้องคลีนรูมในโรงงานผลิตอาหาร ISO Class 7-8 แสดงสายการผลิตและระบบควบคุมอากาศ

ห้องคลีนรูมในโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาหาร เป็นสถานที่หนึ่งที่จะต้องได้รับการทดสอบ เพื่อรับรองมาตรฐานห้องคลีนรูม และเพื่อไม่ให้มีสารปนเปื้อนในอาหาร รักษาความสด ใหม่ สะอาด และปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารตลอดกระบวนการผลิต

มาตรฐานการผลิตอาหารในห้องคลีนรูมต้องสอดคล้องกับ Codex Alimentarius และข้อกำหนดของสำนักงาน อย. (อาหารและยา) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง การทดสอบ Cleanroom ครอบคลุมการตรวจสอบระบบกรองอากาศ การควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้น และการป้องกันการปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination)

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 7–8 | ความถี่การทดสอบ: ทุกปี หรือตามข้อกำหนดของ อย.

5. สถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ (Cleanroom For Medical Devices)

ห้องคลีนรูมผลิตเครื่องมือแพทย์ตามมาตรฐาน ISO 13485 และ FDA กระบวนการผลิตในสภาพแวดล้อมควบคุม

ห้องสะอาดหรือห้องคลีนรูม (Cleanroom) ที่ใช้ในสถานที่ผลิตเครื่องมือแพทย์ ต้องได้รับการรับรองกระบวนการผลิตเครื่องมือ-อุปกรณ์ต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ออกสู่ตลาดปลอดภัยต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

โดยผู้ผลิตจะต้องเก็บวัตถุดิบ อุปกรณ์ต่างๆ และผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูปในพื้นที่ที่สะอาด ต้องมีการ Testing Cleanroom ให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้ จัดการสารปนเปื้อนได้อย่างถูกต้อง และป้องกันการแพร่เชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ผู้ผลิตยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 13485 สำหรับระบบการจัดการคุณภาพด้านเครื่องมือแพทย์ รวมถึงข้อกำหนด FDA 21 CFR Part 820

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 5–8 (ตาม FDA 21 CFR Part 820) | ความถี่การทดสอบ: ทุก 6 เดือน

6. ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (Science Laboratories)

ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ Cleanroom นักวิทยาศาสตร์กำลังทำการทดลองในสภาพแวดล้อมสะอาด ISO Class 5-8

ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์เป็นที่สำหรับการวิจัย การวัดและการทดลองทางวิทยาศาสตร์หรือทางเทคนิค พบได้ตามโรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงงานอุตสาหกรรม และสถานที่ทางราชการ

การทดสอบ Cleanroom ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลการทดลองไม่ถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก การปนเปื้อนที่ไม่ถูกตรวจพบอาจส่งผลให้ผลการทดลองผิดพลาด ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในการวิจัยและการผลิต ห้องปฏิบัติการที่ทดสอบ Cleanroom เป็นประจำจะได้รับผลการวิจัยที่เชื่อถือได้มากกว่าและมีโอกาสตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับสากลได้สูงกว่า

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 5–8 (ขึ้นอยู่กับประเภทการทดลอง) | ความถี่การทดสอบ: ทุก 6–12 เดือน

7. สถานที่ผลิตเครื่องสำอาง (Cosmetic Manufacturer)

ห้องคลีนรูมโรงงานผลิตเครื่องสำอางตามมาตรฐาน ISO 22716 กระบวนการบรรจุผลิตภัณฑ์ความงาม

ในการผลิตเครื่องสำอาง โรงงานผลิตต้องมั่นใจว่าปราศจากสิ่งปนเปื้อน และมีการจำกัดปริมาณฝุ่นให้ต่ำกว่าระดับที่กำหนดก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะถูกนำออกใช้งาน

โดยจะต้องมีการควบคุมปริมาณอนุภาคของฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในพื้นที่ต่างๆ ให้ไม่เกินระดับที่กำหนด รวมถึงการควบคุมองค์ประกอบอื่นๆ อุตสาหกรรมเครื่องสำอางต้องปฏิบัติตาม ISO 22716 (Good Manufacturing Practices for Cosmetics) ซึ่งรวมถึงการควบคุมสภาพแวดล้อมในห้องผลิตเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้บริโภค

จุดประสงค์ของการทดสอบห้องคลีนรูม (Cleanroom) เกิดจากปัญหาของสิ่งปนเปื้อน อนุภาคขนาดเล็กและละอองต่างๆ ที่มาจากปฏิบัติงาน เครื่องจักร และอากาศภายนอก สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างปัญหาแก่ผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ทางที่ดีที่สุดควรตรวจสอบห้องคลีนรูมนี้อย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐาน NEBB เพื่อความมั่นใจ สุขอนามัยที่ดี และเพิ่มความปลอดภัย

📊 ISO Class ที่แนะนำ: ISO Class 7–8 | ความถี่การทดสอบ: ทุกปี ตาม ISO 22716

เปรียบเทียบ ISO Class และความถี่การทดสอบตามอุตสาหกรรม

ตารางเปรียบเทียบด้านล่างช่วยให้ทีมงานวางแผนตาราง Cleanroom Testing ได้อย่างเป็นระบบ ตามมาตรฐาน ISO 14644 และ NEBB:

อุตสาหกรรม ISO Class ที่แนะนำ ความถี่การทดสอบ มาตรฐานอ้างอิง
Semiconductor / อิเล็กทรอนิกส์ ISO Class 1–5 ทุก 6 เดือน ISO 14644, NEBB
โรงพยาบาล ISO Class 5–8 ทุก 6–12 เดือน ISO 14644, NEBB
ผลิตยา ISO Class 5–8 ทุก 6 เดือน GMP, ISO 14644
ผลิตอาหาร ISO Class 7–8 ทุกปี Codex, อย.
เครื่องมือแพทย์ ISO Class 5–8 ทุก 6 เดือน ISO 13485, FDA
ห้องปฏิบัติการ ISO Class 5–8 ทุก 6–12 เดือน ISO 14644, NEBB
เครื่องสำอาง ISO Class 7–8 ทุกปี ISO 22716

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) — บริการห้องคลีนรูมครบวงจร

NEBB คืออะไร และแตกต่างจาก ISO 14644 อย่างไร?

NEBB (National Environmental Balancing Bureau) คือองค์กรวิชาชีพที่กำหนดขั้นตอนการทดสอบ Cleanroom ในเชิงปฏิบัติ ส่วน ISO 14644 คือมาตรฐานสากลที่กำหนดระดับความสะอาดของห้องคลีนรูม (ISO Class 1–9) โดย NEBB กำหนดวิธีการทดสอบเพื่อพิสูจน์ว่าห้องบรรลุระดับ ISO Class ที่กำหนด ทั้งสองมาตรฐานทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ทดแทนกัน

ควรทดสอบห้องคลีนรูมบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล โดยทั่วไปห้องคลีนรูมในอุตสาหกรรมยา เครื่องมือแพทย์ และ Semiconductor ควรทดสอบทุก 6 เดือน ส่วนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องสำอางอาจทดสอบทุกปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ISO Class และระดับความเสี่ยงของกระบวนการผลิต

การทดสอบ Cleanroom Performance Testing (CPT) ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

CPT ตามมาตรฐาน NEBB ประกอบด้วย การนับอนุภาคในอากาศ (Particle Count), การวัดปริมาณและความเร็วลม (Air Volume/Velocity), การทดสอบรอยรั่วของ HEPA/ULPA Filter (Filter Leak Test), การทดสอบความดันอากาศ (Room Pressurization), และการทดสอบอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ (Temperature & Humidity)

ถ้าห้องคลีนรูมไม่ผ่านการทดสอบ จะเกิดอะไรขึ้น?

หากไม่ผ่านการทดสอบ NEBB จะต้องหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อดำเนินการแก้ไข เช่น เปลี่ยนฟิลเตอร์ HEPA ที่รั่ว ปรับระบบ HVAC หรือซ่อมแซมจุดที่มีรอยรั่ว จากนั้นจึงทดสอบซ้ำ การเพิกเฉยต่อผลการทดสอบที่ไม่ผ่านอาจนำมาซึ่งการปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ และผลกระทบทางกฎหมายตามมา

สรุป — ทำไม Cleanroom Testing ตามมาตรฐาน NEBB จึงขาดไม่ได้

Cleanroom ทุกแห่งที่ทำงานในอุตสาหกรรมควบคุม ไม่ว่าจะเป็น Semiconductor, โรงพยาบาล, ผลิตยา, ผลิตอาหาร, เครื่องมือแพทย์, ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ หรือเครื่องสำอาง — ล้วนต้องผ่านการทดสอบ Cleanroom อย่างสม่ำเสมอตามมาตรฐาน NEBB เพื่อรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย

การทดสอบสม่ำเสมอไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่เป็นการลงทุนในความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว ห้อง Cleanroom ที่ได้รับการทดสอบและรับรองอย่างสม่ำเสมอยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

Share the Post: