Cleanroom Garment ชุดคลีนรูม มีอะไรบ้าง? ครบทุกชิ้นส่วนที่ต้องรู้ก่อนเข้าห้องคลีนรูม
ชุดคลีนรูม (Cleanroom Garment) คือชุดป้องกันพิเศษที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมใส่ทุกครั้งก่อนเข้าห้องคลีนรูม เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของอนุภาคฝุ่น เชื้อโรค และสารปนเปื้อนจากร่างกายมนุษย์ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดมลภาวะหลักในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง
ห้องคลีนรูมในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ยา และการแพทย์ ต้องควบคุมปริมาณอนุภาคในอากาศอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน ISO 14644-1 การสวมชุดคลีนรูมที่ถูกต้องและครบถ้วนจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เหล่านี้
บทความนี้จะพาคุณรู้จักทุกชิ้นส่วนของชุดคลีนรูมอย่างครบถ้วน ตั้งแต่หมวก (Cap) ไปจนถึงรองเท้าบูท (Clean Boots) พร้อมหน้าที่และเหตุผลที่ต้องใช้แต่ละชิ้น รวมถึงมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถเลือกชุดคลีนรูมได้ถูกต้องตามระดับ ISO Class ของห้องคลีนรูมของคุณ
เลือกอ่าน
Fluoro Mole Release น้ำยาเคลือบแม่พิมพ์ Fluoropolymer คืออะไร?
Cleanroom Garment คือ ชุดป้องกันพิเศษที่ผลิตจากวัสดุที่ไม่ปล่อยอนุภาคฝุ่น ออกแบบมาเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากร่างกายมนุษย์เข้าสู่ห้องคลีนรูม ครอบคลุมทั้งศีรษะ ใบหน้า มือ และร่างกาย ตามมาตรฐาน ISO 14644 โดยระดับความเข้มงวดของชุดขึ้นอยู่กับ ISO Class ของห้องคลีนรูมนั้นๆ
หรือที่เรียกว่า Bunny Suite หรือ ชุดหมี ในภาษาพูดทั่วไป ชุดคลีนรูมเป็นชุดที่สั่งทำพิเศษเพื่อใช้ในห้องคลีนรูมหรือห้องปลอดเชื้อโดยเฉพาะ มีแนวคิดการทำงานที่มุ่งเน้นการควบคุมสภาพแวดล้อมของห้องคลีนรูมเป็นหลัก
ทำไมต้องสวมชุดคลีนรูม?
ร่างกายมนุษย์ปล่อยอนุภาคขนาดต่างๆ ออกมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเซลล์ผิวหนังที่หลุดร่วง เส้นผม ละอองไอน้ำจากการหายใจ หรือเมล็ดฝุ่นที่ติดมากับเสื้อผ้าประจำวัน ข้อมูลจาก IEST (Institute of Environmental Sciences and Technology) ระบุว่าร่างกายมนุษย์ที่อยู่นิ่งๆ สามารถปล่อยอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอนขึ้นไปได้มากกว่า 100,000 อนุภาคต่อนาที ขณะเดินปล่อยได้มากกว่า 1,000,000 อนุภาคต่อนาที
ชุดคลีนรูมทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันชั้นสุดท้ายระหว่างร่างกายมนุษย์กับสภาพแวดล้อมที่ต้องการความสะอาดสูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในกระบวนการผลิตที่มีความละเอียดอ่อนสูง เช่น การผลิตชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตยาปลอดเชื้อ และการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์
ชุดคลีนรูมประกอบด้วยอะไรบ้าง?
องค์ประกอบสำคัญของชุดคลีนรูมถูกออกแบบและผลิตจากวัสดุที่ไม่มีน้ำหนัก ใส่สบาย และมีความทนทาน เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของอนุภาคจากตัวเอง ชุดคลีนรูมมีส่วนประกอบหลัก 8 ชิ้น ดังนี้:
1. หมวก Cap (Cap Under Hood)
หมวก Cap เป็นวัสดุที่ทำจากผ้าโพลีเอสเตอร์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นไปตามมาตรฐานคลีนรูม ISO 14644 ที่เข้มงวด ใช้สำหรับปิดกั้นเส้นผม เซลล์หนังศีรษะ และผมหลุดร่วงจากการเคลื่อนไหวของศีรษะ โดยทั่วไปสวมก่อนและอยู่ใต้ Hood อีกชั้นหนึ่ง
Cap ในห้องคลีนรูมระดับสูง (ISO Class 3–5) จะต้องครอบคลุมทั้งศีรษะและกรอบใบหน้าอย่างสนิทเพื่อป้องกันการรั่วซึมของอนุภาค ในขณะที่ห้องคลีนรูมระดับล่าง (ISO Class 7–8) อาจใช้หมวกแบบธรรมดาได้
2. แว่นตานิรภัย (Safety Glasses)
แว่นตานิรภัยเป็นอุปกรณ์ป้องกันดวงตา มาพร้อมกับสายยางที่สามารถรัดกับสายยางปรับขนาดเพื่อให้เข้ากับศีรษะได้ดี ช่วยในการป้องกันดวงตาได้มากกว่าแว่นนิรภัยทั่วไป เนื่องจากป้องกันการทำงานที่เกิดจากฝุ่นและไม่ให้สิ่งแปลกปลอมหลุดเข้ามาเบื้องหลังได้ เช่น ขนตา
ในห้องคลีนรูมที่ใช้สารเคมีหรือแสง UV มักกำหนดให้สวมแว่นตาป้องกันที่มีมาตรฐานสูงขึ้น เช่น แว่นแบบ Goggle ที่กระชับมากกว่า เพื่อป้องกันการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นอันตราย
3. เสื้อคลุม Hood
ผลิตจากเส้นใย Polypropylene คุณลักษณะพิเศษของเสื้อคลุมนี้ คือ ทนทาน สะดวกในการใช้งาน ป้องกันสิ่งที่ออกมาจากห้องคลีนรูมติดกับเสื้อผ้าปกติของผู้ปฏิบัติงานในเวลา ป้องกันการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจนมาก ที่สำคัญชุดนี้จำเป็นต้องป้องกันไฟฟ้าสถิตย์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
Hood ที่ดีต้องครอบคลุมศีรษะ คอ และบ่าอย่างสนิท ป้องกันการรั่วซึมของอนุภาคจากทุกทิศทาง ในห้องคลีนรูมระดับสูง Hood มักออกแบบให้เป็นส่วนเดียวกับ Coveralls เพื่อไม่ให้มีช่องว่างระหว่างส่วนต่างๆ
4. หน้ากากอนามัย (Face Mask)
ควรเป็น Surgical Mask หรือ Medical Mask โดยเฉพาะ การใส่หน้ากากอนามัยช่วยป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรียจากการไอจามหรือพูดคุย ช่วยป้องกันการเข้ามาของเชื้อโรคขนาดใหญ่ (Large-Particle Droplets) ไม่ให้เข้าสู่ปากและจมูกของผู้ใส่ และยังช่วยป้องกันไม่ให้น้ำลายยังเชื้อโรคดั้งเดิมออกไปให้ผู้ใช้อื่นด้วย
ในห้องคลีนรูมระดับสูง (ISO Class 3–5) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาหรืออาหาร มักกำหนดให้ใช้หน้ากากที่มีประสิทธิภาพกรองอนุภาคสูงกว่า เช่น N95 หรือ FFP2 ตามที่ FDA กำหนด
5. ถุงมือ (Gloves)
ต้องเป็นถุงมือที่ใช้เฉพาะในห้องคลีนรูมเท่านั้น ซึ่งต้องควบคุมปริมาณไม่ให้เกินมาตรฐาน Class ที่กำหนด ส่วนมากมักนำมาใช้ในกระบวนการผลิตต่างๆ เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โรงงานอุตสาหกรรมยา ซึ่งแบ่งชนิดของถุงมือได้ 2 ชนิด คือ ชนิดแบบใช้แล้วทิ้ง และอีกชนิดสามารถนำไปซักแล้วนำมาใช้ได้อีก
การเลือกถุงมือต้องคำนึงถึงสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิต วัสดุยางธรรมชาติ (Latex) มีความยืดหยุ่นดีแต่อาจก่อให้เกิดการแพ้ วัสดุไนไตรล์ (Nitrile) เหมาะสมกับสารเคมีส่วนใหญ่และไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ส่วนวัสดุไวนิล (Vinyl) เหมาะกับงานเบาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสารเคมีที่รุนแรง
Tips: 1) ควรเลือกใช้ถุงมือให้ถูกประเภทกับงานที่ทำ รวมถึงสามารถป้องกันอันตรายที่เกิดจากงานนั้นได้ เช่น ป้องกันไฟฟ้าสถิตย์ ป้องกันสารเคมี
2) ก่อนใช้งานทุกครั้งต้องมีการตรวจสอบสภาพหรือจุดบกพร่องก่อน ถ้ามีรอยฉีกขาดให้เปลี่ยนใหม่ โดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้ว ง่ามนิ้ว รูรั่ว บวม สีเทา เป็นต้น
6. บูท (Clean Boots)
เปรียบเสมือนถุงคลุมเท้าที่สะอาด ผ่านการข่าเช็ดก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอนุภาคฝุ่นและสารเคมีอื่นๆ สามารถกระจายไฟฟ้าสถิตย์ได้ บูทคลีนรูมมักทำจากวัสดุที่ป้องกันการสะสมประจุไฟฟ้าสถิต (ESD) ซึ่งสำคัญมากในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
Tips: ควรเลือก Clean Boots ที่มีรอยเย็บตะเข็บอย่างดี ตรวจสอบรูรั่วหรือปริแตก ก่อนใช้งานทุกครั้ง
7. ถุงสวมรองเท้า (Shoes Cover)
เป็นถุงครอบรองเท้า ใช้สำหรับสวมเข้าไปในรองเท้าเท้า Cleanroom เพื่อป้องกันไม่ให้มีสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้ามาในโรงงานหรือ ณ สถานที่นั้น และไม่ให้สิ่งสกปรกกายตกออกไปได้ด้วย ถุงสวมรองเท้ามีคุณสมบัติพิเศษสีดีมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้ถุงคลุมเท้าเราไม่ขาดง่าย ป้องกันการลื่นในขณะเดินและระบายลมในพื้นที่ที่เป็นเบาะและแห้ง
8. Coveralls (ชุดหมี)
เป็นลักษณะเด่นสำคัญที่สุดของชุดคลีนรูม มีช่องเปิดยึดหยุ่นเพื่อความกระชับตัวและข้อเท้า ให้ความทนทานและความสะดวกสบายเนื่องจากมีการตัดเย็บที่พอดีเข้ารูปร่าง ชุดคลุมมีถุงมือแบบแมะใช้มาโดยเฉพาะ เพื่อปิดคลุมมือทั้งหมด กันอนุภาคฝุ่น กันอนุภาคเชื้อโรคต่างๆได้ บางชนิดมี Hood คลุมอยู่กับชุด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน
Coveralls สำหรับห้องคลีนรูมระดับสูง (ISO Class 1–5) จะต้องผ่านการทดสอบการปล่อยอนุภาคตามมาตรฐาน ISO 13485 และต้องมีการทำความสะอาดด้วยกระบวนการพิเศษที่โรงซักชุดคลีนรูมโดยเฉพาะ เพื่อรับรองว่าชุดมีความสะอาดตามมาตรฐานก่อนนำกลับมาใช้งาน
ระดับชุดคลีนรูมตามมาตรฐาน ISO Class
ระดับความเข้มงวดของชุดคลีนรูมขึ้นอยู่กับ ISO Class ของห้องคลีนรูม ยิ่งห้องต้องการความสะอาดสูง ชุดคลีนรูมยิ่งต้องครอบคลุมและกระชับมากขึ้น:
| ISO Class | ระดับชุดคลีนรูม | อุปกรณ์ที่ต้องใช้ | ตัวอย่างอุตสาหกรรม |
|---|---|---|---|
| ISO 3–4 | Full Bunny Suit | Cap + Hood + Face Mask + Safety Glasses + Full Coveralls + Gloves + Clean Boots + Shoe Cover | Semiconductor (Wafer) |
| ISO 5 | Full Cleanroom Garment | Cap + Hood + Face Mask + Coveralls + Gloves + Clean Boots + Shoe Cover | HDD, Optical, เลนส์ |
| ISO 6–7 | Standard Garment | Cap + Face Mask + Smock/Coveralls + Gloves + Shoe Cover | PCB Assembly, ยา |
| ISO 8 | Basic Garment | Cap + Face Mask + Smock + Shoe Cover | Food Processing, Packaging |
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบและสร้างห้องคลีนรูมที่ได้มาตรฐาน ISO สามารถดูได้ที่ บริการ Cleanroom Turnkey ของ VOV หรือ บริการทดสอบคลีนรูม (Cleanroom Testing) ที่ให้บริการแบบครบวงจร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ชุดคลีนรูม (Cleanroom Garment) เป็นคำรวมที่ครอบคลุมอุปกรณ์ป้องกันทุกชิ้นที่ใช้ในห้องคลีนรูม ส่วน Bunny Suit หรือที่เรียกว่า "ชุดหมี" หมายถึงชุดคลีนรูมแบบเต็มตัว (Full Coveralls) ที่ครอบคลุมทั้งหัวและตัวในชิ้นเดียว มักใช้ในห้องคลีนรูมระดับสูงตั้งแต่ ISO Class 1–5 เช่น โรงงานผลิต Semiconductor หรือ Hard Disk Drive
ความถี่ในการทำความสะอาดชุดคลีนรูมขึ้นอยู่กับ ISO Class ของห้องและนโยบายของแต่ละโรงงาน โดยทั่วไปห้องคลีนรูมระดับ ISO 4–5 ต้องซักทำความสะอาดชุดหลังใช้งานทุกครั้ง ส่วนห้องระดับ ISO 6–8 อาจซักทุก 1–3 วัน การซักต้องใช้กระบวนการพิเศษในโรงซักที่ได้รับการรับรอง ห้ามนำกลับไปซักที่บ้านเป็นอันขาด
มาตรฐานหลักสำหรับชุดคลีนรูมคือ ISO 14644-1 ที่กำหนดระดับความสะอาดของห้องคลีนรูม และ ISO 14644-5 ที่ครอบคลุมการปฏิบัติงานในห้องคลีนรูม รวมถึง IEST-RP-CC003 ที่เป็นมาตรฐานเฉพาะสำหรับเสื้อผ้าในห้องคลีนรูม สำหรับอุตสาหกรรมยาต้องเป็นไปตาม GMP และ EU Annex 1 ด้วย
ได้ ชุดคลีนรูมแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Cleanroom Garment) เหมาะสำหรับห้องคลีนรูมระดับ ISO 6–8 หรือสำหรับผู้เยี่ยมชมที่ไม่บ่อยครั้ง มีข้อดีคือสะดวก ไม่ต้องจัดการซัก และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนข้ามกัน แต่สำหรับห้องคลีนรูมระดับสูง (ISO 1–5) ชุดแบบซักได้มักเหมาะกว่าเพราะผ่านกระบวนการทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานและปล่อยอนุภาคน้อยกว่า
การเลือกถุงมือสำหรับห้องคลีนรูมต้องพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) วัสดุ — Nitrile เหมาะกับงานทั่วไปและป้องกันสารเคมีได้ดี Latex ให้ความยืดหยุ่นสูงแต่อาจแพ้ (2) ESD Properties — ต้องใช้ถุงมือที่กระจายประจุไฟฟ้าสถิตได้สำหรับงานอิเล็กทรอนิกส์ และ (3) ISO Class — ห้อง ISO 3–5 ต้องใช้ถุงมือที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคลีนรูมโดยเฉพาะ มี Particle Count ต่ำมาก
สรุป
ชุดคลีนรูม (Cleanroom Garment) ไม่ใช่เพียงแค่ชุดป้องกัน แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของการควบคุมสภาพแวดล้อมในห้องคลีนรูม ทุกชิ้นส่วนตั้งแต่หมวก Cap ไปจนถึง Coveralls ล้วนมีหน้าที่เฉพาะในการป้องกันการปนเปื้อนจากร่างกายมนุษย์ที่เป็นแหล่งอนุภาคหลักในห้องคลีนรูม
การเลือกชุดคลีนรูมให้เหมาะสมกับ ISO Class ของห้องและกระบวนการผลิต รวมถึงการสวมใส่ที่ถูกต้องตามขั้นตอน (Gowning Procedure) เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อุปกรณ์คลีนรูม 及 การออกแบบห้องคลีนรูม ได้ที่เว็บไซต์ VOV
VOV International มีประสบการณ์กว่า 20 ปีในการออกแบบ ก่อสร้าง และทดสอบห้องคลีนรูมให้กับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ หากคุณต้องการคำปรึกษาเรื่องชุดคลีนรูม หรือการออกแบบระบบคลีนรูมครบวงจร ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการคุณ
👉 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านคลีนรูม VOV ได้ฟรี: https://vovgroup.com/contact-us/


